แชร์ประสบการณ์ท่องเที่ยวประเทศมัลดีฟครั้งแรก

“มัลดีฟ” เป็นหมู่เกาะที่สวยงาม และเป็นสถานที่ท่องท่องในฝันที่อยู่ห่างจากบ้านเราประมาณ 1,000 กิโลเมตร (620 ไมล์) เป็นจุดท่องเที่ยวที่หลายคนอยากไปมากที่สุดแห่งหนึ่ง และตัวผมเองต้องยอมรับว่าเราคาดหวังที่จะทำอะไรได้มากกว่าการนั่งเล่นริมทะเลจิบค็อกเทล และชมพระอาทิตย์ตกเหนือมหาสมุทรอินเดีย แต่เมื่อเรามาถึงเกาะเราพบว่ามีอะไรน่าสนในมัลดีฟส์มากกว่าที่เราทุกคนมักนึกภาพตอนที่ตัวเองนั่งอยู่บนบังกะโลเหนือน้ำ เป็นภาพที่งดงาม ซึ่งภาพเหล่านี้เป็นสิ่งที่ดึงดูดเราให้มาเที่ยวมัลดีฟส์ในครั้งนี้ ส่วนจะมีเรื่องตื่นเต้นอะไรบ้างนั้นต้องตามไปดูกันเลยครับ

Travel-to-Maldives-news-site

ประสบการณ์เดินเที่ยวบนเกาะมัลดีฟ

เชื่อหรือไม่ว่ามีการในมัลดีฟส์เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยผู้คนจำนวนมากอาศัยและทำงานบนเกาะ หากจะมองหาพักที่เกาะส่วนตัวในมัลดีฟส์ ก็ต้องจองทริปท่องเที่ยวชุมชนใกล้เคียง ชาวบ้านของที่นี่ยึดถือวัฒนธรรมมุสลิมอย่างเคร่งครัด ดังนั้นถ้าพาผู้หญิงไปด้วยอย่าลืมแต่งตัวให้เรียบร้อยนิดนึง แต่สำหรับผมที่มาคนเดียวก็คงไม่มีปัญหาอะไร เพราะปกติเป็นคนชอบใส่เสื้อผ้าเรียบๆ อยู่แล้ว โดยวันนี้ผมได้ไปเดินเที่ยวมา 2 เกาะ คือ “Mule” เป็นเกาะหลักของมัลดีฟ กับ “Naalaafushee” เป็นหมู่บ้านชาวประมง

เมื่อเดินไปตามถนนจะผ่านอาคารคอนกรีตมากมาย ทำให้รู้สึกประหลาดใจที่มีอาคารสมัยใหม่อยู่ทั่วบนเกาะเล็กๆ มีโรงเรียน ศูนย์กลางชุมชน ธนาคาร ฯลฯ ที่นี่อาจเป็นเกาะที่มีขนาดเล็กที่สุดเท่าที่เราเคยเห็นมา แต่มีหลายอย่างที่พิเศษกว่านั้น ในการเดินทางไปไหนมักจะใช้เรือเป็นยานพาหนะเป็นหลัก สปีดโบ๊ทเป็นเรือเร็วที่พาผู้โดยสารไปส่งถึงที่หมายได้รวดเร็ว ทำให้เรามักเห็นชาวบ้านเดินทางไปมาระหว่างเกาะใกล้เคียง เพื่อเยี่ยมเพื่อนและครอบครัวเป็นประจำ
ช่วงเวลาแห่งความสุขบนบังกะโล

ถึงแม้ว่าผมจะเคยบอกว่ามันมีอะไรที่มากกว่าบังกะโลริมน้ำ แต่สิ่งนี้หละที่ยังไงก็พลาดไม่ได้เมื่อมาถึงแล้ว หากคุณมาพักอยู่ในบังกะโลเหนือน้ำ คุณสามารถกระโดดลงไปในน้ำ เพื่อว่ายหรือเล่นน้ำได้จากริมระเบียงเลย คุณจะเห็นฝรั่งมักจะออกมานอนอาบแดดกันนอกระเบียง ซึ่งสำหรับคนไทยอย่างเราก็ขอบายสำหรับเรื่องนี้ แต่การลงไปเล่นน้ำเป็นอะไรที่สุดยอดมาก เพราะน้ำที่มัลดีฟใสราวกับคริสตัลสมกับคำร่ำลือจริงๆ ผมชอบห้องพักแห่งนี้มากจนไม่อยากจะออกไปที่ไหนเลย

แถมยังมีรูมเซอร์วิสให้บริการ มีมินิบาร์และตู้เย็น พร้อมกับน้ำดื่มหลายขวด ยิ่งเป็นการตอกย้ำความขี้เกลียดของผมเข้าไปอีก จริงๆ ผมมีความรู้สึกว่าที่นี่เหมือนกับเป็นรีสอร์ทส่วนตัวเลย แม้ในตอนที่มันจองเต็มแล้วก็ตาม แต่เราไม่ค่อยเห็นใครเลยคิดว่า ทุกคนคงจะเพลิดเพลินกับกิจกรรมส่วนตัวมากกว่า