ในแต่ละวันของผมนั้นไม่มีเรื่องอะไรมากมายให้เล่ามากนักเพราะวันๆ ผมก็ใช้ชีวิตปกติเหมือนคนทั่วไปและไม่ได้มีอะไรพิเศษมากเพราะตัวผมเองก็ไม่ได้รวยเลิศหรูอะไรที่จะมีอะไรพิเศษเหมือนคนรวยๆ การใช้ชีวิตของผมก็เรียบง่ายเหมือนคนทั่วไปตื่นหรือนอนก็เหมือนคนทำงานทั่วไปตื่นมาก็ไปทำงานเลิกงานก็กลับบ้านเพราะผมก็ใช้ชีวิตอย่างมนุษย์เงินเดือนนั้นเอง หลายๆ ท่านอาจจะสงสัยว่าตัวผมเองนั้นเป็นใครทำไมต้องมาอธิบายเกี่ยวกับตัวเองมากมายขนาดนี้เป็นบุคคลพิเศษหรือป่าว จริงๆ แล้วผมก็เป็นคนธรรมดาที่มีเรื่องผ่านเข้ามาชีวิตหลากหลายรูปแบบและอยากจะมาแบ่งปันสาระที่ผมได้เผชิญอยู่เพราะเชื่อว่าหลายๆ ท่านอาจจะเจอเรื่องแบบผมที่กำลังจะนำมาเล่าขานให้พวกท่านได้รับฟังว่าผมได้ผ่านอะไรมาบ้างทั้งดีและร้ายเพื่อเตือนสติให้ผู้คนได้เดินทางที่ถูกต้องไม่ต้องเดินทางผิดๆ อย่างตัวผมเองหวังว่าประสบการณ์ของผมนั้นจะชี้ทางสว่างให้กับคนที่กำลังเลือกทางผิดๆ กันอยู่นะครับ ในช่วงวัยเรียนของตัวผมนั้นเกเรอย่างมากไม่สนใจการเรียนและหนังสือเลยพูดได้ว่าใช้ชีวิตแบบเลอะเทอะเลย หลายท่านอาจจะสงสัยว่าตัวผมนั้นเริ่มเกเรตั้งแต่ช่วงนั้นถ้าผมพูดไปคุณอาจจะตกใจเพราะเด็กขนาดนี้มีความคิดและกระทำก้าวร้าวแบบนี้ได้อย่างไรและดูมาจากไหนเพราะตัวผมนั้นเริ่มเกเรตั้งแต่เข้าเรียนชั้นประถม 1 อาจจะเป็นเพราะสังคมรอบข้างเพราะตัวผมนั้นได้ศึกษาอยู่ที่โรงเรียนประถมแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานครซึ่งข้างโรงเรียนนั้นมีแต่คนติดยาเสพยากันเป็นว่าเล่นพูดได้ว่าย่านสลัมคงไม่ต้องพูดถึงนะครับว่าการใช้ชีวิตพวกเค้าเป็นอย่างไร ตัวผมนั้นเดินไปโรงเรียนทุกวันต้องผ่านซอยสลัมนี้และก็เรียนรู้ด้วยสายตาตนเองโดยที่ไม่ปรึกษาผู้ใหญ่จึงได้มีด้านไม่ดีเข้ามาในชีวิตตั้งแต่ตอนเด็กๆ และก็คิดว่าถูกเพราะในช่วงเด็กๆ ไม่มีใครรู้ว่าสิ่งไหนถูกสิ่งไหนผิดเลยมีลูกหลานของหลายๆ ครอบครัวเผชิญปัญหาเหล่านี้อยู่การแก้ปัญหามีทางอยู่แต่อาจจะมีน้อยเพราะเด็กในสังคมสมัยนี้มักจะตามและเชื่อฟังเพื่อนฝูงมากกว่าฟังคำพูดของผู้ใหญ่อย่างเช่นตัวผมเอง ชีวิตผมตอนสมัยประถมนั้นเกือบจะติดยาเสพติดด้วยแต่ติดที่ยังมีสติเตือนตัวเองอยู่เพราะตัวผมนั้นได้สัญญากับตัวเองว่าจะไม่ยุ่งกับยาเสพติดจึงไม่เคยได้สัมผัสอย่างไรก็ตามทุกอย่างที่ผมได้เจอมานั้นไม่ใช่เรื่องดีเพียงแต่ไม่ยุ่งแค่เรื่องยาเสพติดเท่านั้น โดยช่วงที่ตัวผมนั้นเกเรมากๆ คือช่วงในที่ศึกษาอยู่ชั้นมัธยม 1-3 ซึ่งในช่วงนี้จะมีเรื่องทะเลอะวิวาทเข้ามาในชีวิตไม่ว่าจะไปในสถานที่ไหนคนรอบข้างก็กลัวไปหมดเพราะว่าเค้ากลัวลูกหลงถือว่าเป็นการกระทำที่สังคมส่วนใหญ่ไม่ยอมรับเลยทีเดียวเพียงแค่แต่ก่อนทะเลอะวิวาทโดยที่ไร้อาวุธแต่ถ้าเทียบกันปัจจุบันแล้วถ้าผมเกิดในช่วงนี้แล้วทำตัวเหมือนแต่ก่อนก็คงจะรอดยากและคงทำให้พ่อแม่เสียใจอย่างมากเพราะกว่าเค้าจะเลี้ยงเรามาให้โตขนาดนี้แล้วเรามาทำตัวและยังตายอย่างไร้ค่าอีกด้วยถ้าในมุมมองผู้ใหญ่เค้าจะมองการกระทำของวัยรุ่นอย่างตัวผมเป็นเรื่องไร้สาระเพราะผมได้มายืนในจุดๆ ที่ผู้ใหญ่ได้มองในหมู่วัยรุ่นแล้วจึงได้เข้าใจความคิดผู้ใหญ่ที่ด่าว่าตัวผมตอนยังเป็นเด็กแต่วัยรุ่นมักจะชอบประชดประชันเหมือนว่ายิ่งโดนด่ายิ่งทำหนักกว่าเดิมอะไรประมาณนี้เชื่อผมเถอะครับไม่มีอะไรดีขึ้นยิ่งทำตัวเองให้แย่ลงอีกด้วยเพราะตัวผมเองนั้นเคยได้เดินเส้นทางที่มืดมัวมาก่อนและก็ได้คำสอนจากผู้ใหญ่ที่เป็นพ่อแม่ของตัวผมเอง ยิ่งคุณรับฟังคำสอนจากพ่อแม่ได้เร็วเท่าไหร่ชีวิตคุณก็จะจะเจอเปลี่ยนเร็วขึ้น ตัวผมได้ฟังคำสอนจากพ่อแม่แล้วตั้งใจเรียนให้จบและวันหนึ่งผมก็ทำได้สำเร็จสิ่งที่ผมเผชิญอยู่ปัจจุบันนี้กับอดีตอย่างกะคนละคนกันเลยเพราะผมทิ้งชีวิตที่เคยเลวร้ายไว้ข้างหลังแล้วเดินต่อไปข้างหน้า ผมมีคำอยู่คำหนึ่งที่เตือนสติผมจนถึงวันนี้คือ “เดินถอยหลังจะจมอยู่กับอดีตแต่ถ้าเดินต่อไปข้างหน้าอนาคตที่ดีมักจะรอเราอยู่ข้างหน้าเสมอ” ในปัจจุบันนี้ผมได้ทำงานดีๆ มีเงินใช้ซึ่งเหมือนได้เกิดใหม่เพราะชีวิตไม่เหมือนเดิมสักอย่างผมได้ใช้ชีวิตคนทำงานปกติตื่นไปทำงานเลิกงานก็กลับบ้านหรืออาจจะเที่ยวสรรสันต์กับพวกเพื่อนๆ ที่ทำงานเป็นบางครั้งกว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ชีวิตผมก็ผ่านเรื่องราวที่หลายๆ คนอาจจะไม่เคยเจอมามากล้วนแล้วมีเรื่องดีเพียงเศษเสี้ยวเท่านั้น สำหรับท่านไหนที่กำลังเดินทางผิดๆ อยู่แล้วไม่มีทางออกลองเข้ามาอ่านกันดูครับแล้วคุณจะรู้ว่าการทำตัวแย่ๆ สุดท้ายแล้วคุณจะไม่เหลืออะไรเลยถ้าไม่คิดจะสร้างแต่ถ้าคุณคิดได้แล้วเลิกทำตัวแย่ๆ สิ่งดีๆ จะอยู่รอบตัวคุณผู้คนจะรักมากกว่าเกียจ สุดท้ายแล้วถ้ามีคนอ่านแล้วชอบผมจะนำปะสบการณ์ของตัวผมเองมาแชร์ให้ใหม่นะครับ